สถานการณ์การศึกษาเด็กปฐมวัย

13 ปี มาตรฐานการศึกษาปฐมวัยเพิ่งเริ่มต้น…สถานการณ์ยังวิกฤติ สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว (สำนัก4) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ จัดงานเสวนา “13 ปี ของมาตรฐานการศึกษาชาติ: เด็กปฐมวัยในวันนั้นเท่ากับผู้ใหญ่ในวันนี้” ภายในงานมหกรรมสร้างเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว”กว่าทศวรรษ พัฒนาครอบครัวอบอุ่น สร้างคุณค่าคน คือผลงานของเรา”

โดย ดร.รุ่ง แก้วแดง อดีตรมช.ศึกษาการ ถูกเทียบเชิญร่วมวงเสวนานี้ ได้สะท้อนความคิดเรื่องความสำคัญของการศึกษาปฐมวัย ที่ทำให้ย้อนคิดไปถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยหรือการศึกษาอนุบาลในอดีต ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทยในขณะนั้น เนื่องจากการจัดการศึกษาระดับอนุบาล มีเฉพาะในโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนรัฐบาลจังหวัดละ 1 แห่ง อีกทั้งจากแนวความคิดเรื่องการศึกษาตลอดชีวิต ทำให้รัฐบาลหันมาทุ่มเทการศึกษาปฐมวัย ส่งผลให้มีรูปแบบการจัดที่หลากหลายการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ 1-4 ปี จึงขาดซึ่งระบบและมาตรฐานการศึกษา ดร.รุ่ง กล่าวต่อว่า เมื่อ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ผ่านความเห็นชอบ จึงได้กำหนดมาตรฐานการศึกษาปฐมวัยขึ้น โดยหัวใจสำคัญด้านมาตรฐานของผู้เรียน เน้นให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ซึ่งในส่วนของปฐมวัยจะไม่เน้นเรื่องการเรียนหนังสือ แต่จะเน้นเรื่องพัฒนาการ ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และมาตรฐานของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม แม้จะมี พ.ร.บ.การศึกษาแล้ว ก็ยังมีปัญหาใหญ่ในเรื่องครูและผู้บริหารยังขาดความรู้ และความเข้าใจในการจัดการศึกษาปฐมวัยที่แท้จริง ส่วนหนึ่งเนื่องจากครูและผู้บริหารไม่ได้จบด้านการจัดการศึกษาปฐมวัย อีกทั้ง การที่รัฐธรรมนูญ กำหนดให้เด็กทุกคนต้องเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งมีข้อดีในแง่ของเด็กทุกคนได้เข้าเรียนในระบบ แต่ไม่ใช่เด็กเล็ก เพราะครูคนแรกที่สำคัญที่สุดคือพ่อแม่ หากเป็นไปได้เด็กต้องอยู่กับพ่อแม่เด็กจะได้เรียน ได้เล่น ได้พัฒนาการ สร้างความพร้อมของกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth